วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554

ปลาเก๋า แมวไทยพูดได้


ปลาเก๋า  แมวพูดได้ จริงหรือ

ปลาตะเพียนใบลาน

ปลาตะเพียนใบลาน คือ การนำเอาใบลานมาสานเป็นรูปปลาตะเพียน นิยมนำมาแขวนที่เปลของเด็กตามความเชื่อต่างๆ
ใบตาล

ใบมะพร้าว
ความเป็นมาของปลาตะเพียนใบลาน
การสานปลาตะเพียนใบลานเป็นอาชีพเก่าแก่ ที่ทำสืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เป็นเวลานานกว่า 100 ปีแล้ว โดยสันนิษฐานกันว่าชาวไทยมุสลิม ซึ่งล่องเรือขายเครื่องเทศอยู่ตามแม่น้ำเจ้าพระยา และอาศัยอยู่ในเรือเป็นผู้ประดิษฐ์ปลาตะเพียนสานด้วยใบลานขึ้นเป็น ครั้งแรก แรงบันดาลใจอาจจะมาจากความรู้สึกผูกพันอยู่กับท้องน้ำ สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวและความคุ้นเคยกับรูปร่างหน้าตาของปลาตะเพียนเป็นอย่างดี โดยใช้วัสดุจากท้องถิ่น เช่น
ปลาตะเพียนใบลาน

ใบมะพร้าว ใบลาน ใบตาล ปลาตะเพียนที่สานด้วยใบลานในสมัยก่อนนั้น ไม่สวยงามและมีขนาดใหญ่โตเช่น ปัจจุบันนี้ ปลาตะเพียนรุ่นแรกที่สร้างขึ้นเรียกว่า “ปลาโบราณ” โดยจะทำเป็นตัวปลาขนาดเล็กๆ ขนาด 1-3 ตัวเท่านั้น ปลาตะเพียนใบลานมักทาด้วยสีเหลืองซีดๆ ที่ทำด้วยวัตถุดิบตามธรรมชาติที่เรียกว่า “รงค์” ผสมกับน้ำมันวานิช แล้วนำไปเสียบไม้สำหรับห้อยแขวน และปลาตะเพียนใบลานในสมัยก่อนยังมีจำนวนน้อยมากถ้าเทียบกับปัจจุบัน
ปลาตะเพียนโบราณกับความเชื่อ 
เปลเด็ก

ปลาตะเพียนใบลาน เป็นงานหัตถศิลป์ฝีมือชาวมุสลิมในท้องที่ท่า วาสุกรี บ้านหัวแหลมที่อยู่คู่อยุธยามาเป็นเวลาร่วมร้อยปีจนถึงวันนี้ ก็ยังนับได้ว่า อยุธยาเป็นแหล่งผลิตปลาตะเพียนสานใบลานใหญ่ที่สุดในประเทศ คนไทยคุ้นเคยและใกล้ชิดกับปลาตะเพียนมานานแล้ว และสมัยก่อนเชื่อกันว่า ปลาตะเพียนเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ เพราะช่วงที่ปลาโตเต็มที่ กินได้อร่อยเป็นช่วงที่ข้าวตกรวงพร้อมเก็บเกี่ยวพอ ดีเรียกว่าเป็นช่วง “ข้าวใหม่ปลามัน” ด้วยความเชื่อในเรื่องดังกล่าว จึงมีผู้นิยมนำใบลานแห้งมาสานขดกันเป็นปลาตะเพียนจำลองขนาดต่างๆ แล้วผูกเป็นพวงๆ แขวนไว้เหนือเปลนอนของเด็กอ่อนเพื่อให้เด็กดูเล่น และถือเป็นสิ่งมงคลสำหรับเด็ก เท่ากับเป็นการอวยพร ให้เด็กเจริญเติบโตมีฐานะมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ดุจปลาตะเพียนใน ฤดูข้าวตกรวง บ้างก็มีความเชื่อว่า ปลาตะเพียนเป็นสิ่งสิริมงคล ทำให้เงินทองไหลมาเทมา บ้างก็ว่า หากบ้านไหนแขวนปลาตะเพียนไว้หน้าบ้านจะทำให้บ้านนั้นมั่งมีศรีสุข ทำมาค้าขึ้น นอกจากนี้ปลาตะเพียนยังมีนัยยะ ที่บ่งบอกถึงเรื่องความขยันหมั่นเพียรอีกด้วย ปลาตะเพียนสานเป็นเครื่องแขวนที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนสำคัญ 6 ชิ้นคือ กระโจม แม่ปลา กระทงเกลือ ปักเป้า ใบโพธิ์ และลูกปลา มี 2 ชนิด คือ ชนิดที่เขียนเป็นลวดลายตกแต่งสวยงามสำหรับแขวนเหนือเปลลูก ผู้มีบรรดาศักดิ์ และ ชนิดเป็นสีใบลานเรียบๆ ไม่มีการตกแต่งอย่างใดใช้แขวนเหนือเปลลูกชาวบ้านธรรมดาสามัญ ปลาตะเพียนใบลานที่มีลวดลายสีสันต่างๆ อย่างที่เห็นในปัจจุบัน เป็นปลาตะเพียนที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 สืบทราบได้เป็นเลาๆ ว่าหลวงโยธาฯ ข้าราชการเกษียณผู้มีนิวาสสถานอยู่ใกล้สะพานหัน ตำบลวังบูรพา กรุงเทพฯ เป็นผู้ประดิษฐ์คิดทำให้สวยงามขึ้น แล้วนำออกจำหน่ายตามงานวัดต่างๆ นับแต่นั้นมาคนก็หันมานิยมปลาตะเพียนสานกันมากขึ้น ในปัจจุบัน ความนิยมการสานปลาตะเพียนไปแขวนเปลให้เด็กอ่อนอาจจะเหลือน้อยมาก แต่กลายเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน และสร้างรายได้ให้ครอบครัวได้เป็นอย่างดี

วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554

เฉาก๊วยนมสดง่ายกว่าที่คิด

เฉาก๊วยนมสด

วิธีทำเฉาก๊วยนมสดง่ายกว่าที่คิด
1. น้ำแข็งทุบ(ไม่ใช่น้ำแข็งหลอด) ใส่แก้ว
2. เทนมสดลงในน้ำแข็ง หลังจากนั้นเท เฉาก๊วยและน้ำเฉาก๊วยตามลงในน้ำแข็งเช่นเดียวกัน
     วิธีทำเฉาก๊วยกดที่นี่  วิธีทำเฉาก๊วย
3. ใส่คาราเมลลงไปนิดหนึ่ง หรือจะใส่น้ำผึ้ง แทนก็ได้ แล้วแต่ชอบ
4. ใช้ช้อนกวนให้ส่วนผสมของนมสด และคาราเมลในเฉาก๊วยให้เข้ากันจนเป็นสีเหมือนกันกับกาแฟ
5.อาจใส่เพิ่มเติม เช่น เม็ดแมงลัก ลูกชิด หรือ แคนตาลูป เป็นต้น

เฉาก๊วยนะไม่ใช่เฉาก๋วย

ต้นเฉาก๊วย

 เฉาก๊วย นะ ไม่ใช่เฉาก๋วย เห็นหลายๆ คนพิมพ์ผิดนะ
เฉาก๊วย เป็นอาหารหวานชนิดหนึ่ง ซึ่งมีแพร่หลายในประเทศจีน จนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉาก๊วยเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะที่เป็นทั้งในอาหารหวาน และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สำหรับในประเทศไทยนั้น ถือว่าเป็นอาหารหวานระดับพื้นบ้าน เนื่องจากมีการจำหน่ายทั่วไปในชุมชนเมืองทั่วประเทศ ส่วนในภาษาจีนกลางจะเรียกว่า ´เหลียงเฝิ่น´ หรือ ´เซียนเฉ่า´ ที่แปลว่าหญ้าเทวดา ขณะที่ชาวมาเลย์จะเรียกว่า ´จินเจา´ เป็นต้น
ต้นเฉาก๊วยแห้ง

ต้นเฉาก๊วยที่ใช้ได้จะมีขนาดความสูงประมาณสองฟุต สมัยก่อนไทยต้องสั่งต้นเฉาก๊วยแห้งจากเมืองจีน มาทำเฉาก๊วยปีละนับล้านบาท มา ๒๐ ปี นี้เอง จึงมีคนไทยนำพันธุ์เฉาก๊วยมาปลูกในเมืองไทย ทำรายได้ให้แก่ผู้ปลูกไม่น้อย
การผลิตเฉาก๊วยให้อร่อย ต้องใช้ต้นเฉาก๊วยถึง 3 สายพันธุ์  คือต้นเฉาก๊วยจากจีน อินโดนีเซีย และเวียดนาม เหตุเพราะมีความแตกต่างกันทางคุณลักษณะ คือ เฉาก๊วยเวียดนามจะมีความหวานมากกว่า ส่วนอินโดนีเซียจะให้ความเหนียวนุ่ม และของจีนก็ใช้สำหรับผสมเพื่อให้รสกลมกล่อม
วิธีทำเฉาก๊วย
เฉาก๊วย เป็นผลผลิตต่อเนื่องจากการแปรรูปต้นเฉาก๊วย ซึ่งเป็นพืชในวงศ์ Lamiaceae (วงศ์มิ้นท์) วงศ์เดียวกับ สะระแหน่ กะเพรา โหระพา แมงลัก และ ยี่หร่า
เฉาก๊วยเย็นๆจร้า

วิธี ทำเฉาก๊วยอย่างง่ายๆ คือ นำต้นเฉาก๊วยแห้งมาต้ม จนยางไม้และแพคตินละลายออกมาได้น้ำสีน้ำตาลดำ เรียกว่า ชาเฉาก๊วย จากนั้นก็กรองเอาแต่น้ำ แล้วนำไปผสมกับแป้งพืช เพื่อให้เฉาก๊วยคงตัวเป็นเจลลี่ ซึ่งส่วนประกอบนั้น แต่ละเจ้าจะมีสูตรของตนเอง วิธีที่เป็นต้นตำรับโบราณนั้น นิยมผสมกับแป้งท้าวยายม่อม และแป้งมันสำปะหลัง อัตราส่วนตามความเหมาะสม โดยแป้งมันจะทำให้เนื้อเฉาก๊วยนิ่ม (ใส่มากจะเหลว) ส่วนแป้งท้าวยายม่อมจะให้เนื้อเฉาก๊วยคงรูปได้นาน อาจปรับปรุงโดยใส่แป้งข้าวเจ้าเพื่อให้แข็งตัวขึ้น หรือเพิ่มแป้งข้าวเหนียวให้มีความหนุบหนับ หรือใส่ส่วนผสมอื่นๆ ก็ได้ ปัจจุบัน มีผู้ค้าบางรายใส่สีผสมอาหารให้สีดำเข้มบ้าง ใส่วุ้น-เจลาติน เพื่อประหยัดต้นทุนก็มี

หรือมีอีกวิธีโดยละเอียด คือ

ส่วนผสมของเฉาก๊วย

1. หญ้าเฉาก๊วยแห้ง 1/2 กิโลกรัม
2. น้ำสะอาด 18 ลิตร (1 ถัง)
3. แป้งมันสำปะหลัง

วิธีทำ

1. นำหญ้าเฉาก๊วยแห้งมาล้างให้สะอาด เพื่อให้ทรายหรือสิ่ง
แปลกปลอมอื่น ๆ ออกหมด แล้วนำไปใส่ปี๊บหรือถังสแตนเลส
เติมน้ำสะอาดลงไป

2. นำไปต้มด้วยไฟปานกลาง ใช้ไม้พายคนเรื่อย ๆ ไม่ให้น้ำล้น
ออกมา ใช้เวลาเคี่ยวประมาณ 4 ชั่วโมง ก็จะได้น้ำเฉาก๊วยที่ดำ
และเข้มข้น

3. เทน้ำเฉาก๊วยที่ได้ออกพักในหม้อ รอให้เย็น ซึ่งเมื่อเย็นแล้ว
จะมีความเข้มข้นมากกว่าเดิม แล้วจึงนำมากรองเอากากออก
โดยใช้ผ้าขาวบางรองซ้อนกัน 3 ชั้น วางบนปากภาชนะ เทน้ำ
เฉาก๊วยกรองผ่านผ้าลงไป โดยกรอง 3 ครั้ง แต่ละครั้งพยายาม
คั้นกาก ให้น้ำออกมามาก ๆ เพื่อจะได้มีความดำและเหนียวมาก ๆ

4. อาจจะเติมแป้งมันสำปะหลังลงไปในน้ำเฉาก๊วยเพื่อช่วยให้
เฉาก๊วยแข็งตัวเป็นก้อนมากขึ้น

5. นำไปตักแบ่งรับประทานตามใจชอบ
การ รับประทานเฉาก๊วยแต่เดิมชาวจีนจะกินกับน้ำตาลทรายแดง โดยเอามาคลุกกับน้ำตาลให้เข้ากัน คนไทยนำมาดัดแปลงโดยหั่นเป็นชิ้นๆ ใส่ในน้ำเชื่อมและน้ำแข็ง กินกับข้าวโพด ลูกชิด หรือลูกตาลเชื่อมก็ได้
สรรพคุณของเฉาก๊วย
เช่นเดียวกับพืชอื่นๆในวงศ์ มิ้นท์ เฉาก๊วยยังมีสรรพคุณแก้ร้อนในกระหายน้ำ แต่เนื่องจากมีระดับของน้ำมันหอมระเหย และสารออกฤทธิ์ ในระดับที่ต่ำกว่าตระกูลกระเพราเป็นอย่างมาก จึงส่งผลให้เฉาก๊วยไม่มีฤทธิ์ขับลม หรือบรรเทาปวด เหมือนดังที่มีในพืชตระกูลกระเพรา-โหระพา

วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2554

ก-ฮ ผิดเพี้ยน ภาษาไทย

ก-ฮ มาดูเด็กสมัยนี้ใช้คำ ก-ฮ ส่วนมากกันอย่างไร

ก. เกรียน เกรียน เป็นศัพท์สแลงแทนบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ก่อกวน ไร้เหตุผล หรือคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของสังคมอินเทอร์เน็ต บุคคลกลุ่มนี้จะใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลหรือการวิเคราะห์ไตร่ตรอง นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงบุคคลที่ชอบแสดงตัวว่ามีความรู้ ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่มีความรู้ดังกล่าวเลย หรือมีเพียงผิวเผินเท่านั้น
ข.โข่ง  คือบุคคลที่โตแล้ว หรือมีตัวที่โต แต่ยังเล่น หรือยังทำอะไรที่คนที่อายุน้อยกว่า หรือ ตัวเล็กกว่าทำเช่น คนอายุ25 มาเรียนหนังสือกับเด็กอนุบาล ก็จะถูกเรียกว่าเด็กโข่ง
ฃ.ฃวด ฃ ฃ ฃ ฃ หายไป
ค.คน มาแทนที่ควาย มีคุณสมบัติ อดทนสูง
ฅ.ฅน หายไปไหน
ฆ.ฆ่า เดี่ยวนี้คนใจดำอะไรนิดอะไรหน่อยก็คิดจะฆ่าเอาชีวิตกัน
ง.งาน สมัยนี้คนบ้างานเยอะ บ้างานด้วยแถมจนด้วยยิ่งเยอะ ไม่รู้จะลำบากไปเพื่ออะไร เพื่อเจ้านายเพื่อบริษัทกันทั้งนั้น ทั้งๆที่พ่อแม่ก็มีที่ดินทำมาหากิน ให้เป็นเจ้านายตัวเอง สบายกว่ากันเยอะแต่กลับคิดว่าลำบาก
จ.จน คนจนมีเยอะกว่าคนรวย สวรรค์กลั่นแกล้ง หรือโอกาสไม่มี หรืออะไรกันแน่
ฉ.ฉีดผิวขาว อนาคตคงไม่มีคนผิวดำแล้วล่ะท่านเอ๋ย
ช.ชิมิ  คือ ใช่ไหม
ซ.ซ่อม เรียนแล้วต้องซ่อมกันอยู่ร่ำไป ก็เพราะมาเรียนภาษาไทยเพี้ยนๆในบล็อกนี้ไงเล่า
ฌ.กะเฌอ อย่าเรียกผิดเป็นฌ.กระเทยเป็นพอ
ญ.หญ้า  เดี่ยวนี้เกษตรกรเขาไม่ทำนา ทำไร่ ทำสวนกันแล้ว เขาไปรับจ้างกันหมด เหลือพื้นที่ไว้ให้หญ้าขึ้นแทนผลผลิตทางการเกษตร

แบบโคมไฟ รวมคอเล็คชั่นโคมไฟ

รวบรวมแบบของโคมไฟต่างๆนาๆมากมาย อยากเห็นโคมไฟหลากหลายรูปแบบลองดูได้ คัดมาแต่โคมไฟที่สดุดตาสดุดใจ อิอิ มาชมกัน
















หมาวัด หมาเล่าเรื่อง

เล่าเรื่องจากภาพหมา หมา รวมเรื่องจากภาพหมาวัด หมาบ้าน หมาจรจัด หมาคุณหนู หมาผู้ดี กันดีกว่า
หมาโดดเดี่ยว
หวัดดีครับ!! ผมเป็นหมาโดดเดี่ยว ผมไม่มีบ้าน ไม่มีเพื่อน จะว่าว่าไม่มีบ้านก็ไม่ถูกซิน่ะ เพราะบ้านผมอยู่ทั่วไปเลยล่ะคุณ ผมอยากนอนตรงไหนก็นอนได้เลย ชีวิตของหมาอย่างผมช่างอิสระเหลือ ใครบอกว่าหมาอิสระอย่างผมจะอดตาย ไม่ถึงกับอดตายหลอกผมขอบอก วันนี้ ผมเดินทางมาเรื่อยจนได้มานั่งพักที่ชายหาดแห่งหนึ่งมันช่างสงบมาก ผมเลยอดคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปตามประสาหมา หมาอย่างผมเหมือนไม่มีเพื่อนน่ะ ใช่ปัจจุบันนะไม่มี แต่อดีตตอนที่ผมยังหนุ่มยังแน่นอยู่ผมมีเพื่อนหลายตัวเลยล่ะ ว่าแล้วผมจะเล่าเรื่องเพื่อนๆของผมให้ฟังน่ะ เอาเรื่องของหมาตะกะก่อน คือ
หมาตะกละ หมาพวกนี้น่ะ มันเอาแต่กิน กิน แล้วก็กิน ไม่รู้จักดูแลตัวเอง ไม่ยอมออกกำลังกายมั่งเลยผมก็พอจะมีรูปถ่ายอยู่นะ คุณลองดูรูปเอาแล้วกันนะ
หมาอ้วน

ต่อไปผมจะพูดถึงเพื่อนๆหมาอีกกลุ่มหนึ่งนะครับ พวกนี้มันว่างมากครับ ชอบจับกลุ่มอยู่ด้วยกันวันๆ คิดแต่เรื่องว่า จะไปวิ่งแข่งกันที่ถนนสายไหนดี หรือไม่ก็จะไปประลองกะใครดี พวกนี้ไม่ค่อยแยกกันหลอกครับไปไหนต้องไปด้วยกัน เพราะไปตัวเดียวกลัวเหลือแต่วิญญาณกลับมา
ฝูงหมา
ต่อไป หมาวัด หมาพวกนี้บุคคลชอบพูดถึงบ่อย สงสัยเป็นเพราะว่า เป็นหมาใจบุญนะครับ อยู่วัดเวลาพระสวดก็ได้ฟังธรรมไปด้วยในตัว แต่น่าแปลกทำไมผู้หญิงถึงไม่ชอบหมาวัดก็ไม่รู้ซิครับ แต่ผมก็ยังงงทำไมต้องเอาหมาวัดไปเปรียบกะเครื่องบิน โธ่!! มันช่างเศร้าใจ
หมาวัด